นางสิบสอง
ที่มา : จากนักเล่านิทานพื้นบ้าน รวบรวมข้อมูลสำหรับวิทยานิพนธ์
- รหัสชุดข้อมูล: TH-ST-MSU-099
- ชื่อเรื่องหลัก : นางสิบสอง
- ชื่อเรื่องรอง : -
- ประเภท : นิทานชีวิต
- แก่นเรื่อง :
- ภาษา : ไทยมาตรฐาน
- ผู้เก็บข้อมูล : ประสงค์ สายหงษ์
- ผู้ให้ข้อมูล : -
- วันที่เก็บข้อมูล : -
- วันที่เผยแพร่ข้อมูล : 1 ต.ค. 2561
- ผู้เผยแพร่ข้อมูล : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
- สิทธิ์ : สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
คำสำคัญ :
นางสิบสอง , ทิ้งลูก , หลงป่าคำศัพท์เฉพาะ :
-เนื้อเรื่อง
นานมาแล้วมีครอบครัวยากจนอยู่ครอบครัวหนึ่งมีลูกสาว 12 คน พอนานวันเข้าพ่อกับแม่เริ่มเลี้ยงลูกด้วยความทุกข์ยากและลำบากอย่างแสนสาหัส ทั้งสองสามีภรรยาจึงปรึกษากันว่าจะพาลูกๆ ทั้ง 12 คน ไปปล่อยทิ้งไว้ในป่าจะได้ไม่เป็นภาระเลี้ยงดู วันที่จะพาลูกๆ ทั้ง 12 คนเข้าไปในป่าพ่อกับแม่เตรียมอ้อยไว้ให้ลูกคนละท่อนเพื่อจะได้ไว้กินระหว่างทาง แล้วทั้งสองสามีภรรยาก็นำทางลูกๆ เดินเข้าไปในป่าลึกมากพอสมควร พอเข้าไปไกลมากแล้วทั้งสองสามีภรรยาจึงบอกลูกๆ ทั้ง 12 คนว่าให้รอพ่อกับแม่อยู่ตรงนี้และอย่าพากันไปไหนไกล พอสั่งไว้เรียบร้อยแล้วสองสามีภรรยาจึงพากันแอบหนีลูกๆ ทั้ง 12 คนกลับบ้าน ทิ้งให้ลูกๆ ทั้ง 12 อยู่ในป่าลึก พอลูกๆ นั่งรอพ่อกับแม่นานมากแล้วไม่มารับกลับบ้าน พวกนางทั้ง 12 คนจึงพากันเดินกลับบ้านตามทางที่พวกพ่อกับแม่พามาเพราะพวกนางทิ้งเปลือกอ้อยไว้ระหว่างทางจึงจำทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
วันต่อมาสองสามีภรรยาก็เตรียมตัวพาลูกๆ ทั้ง 12 คนไปทิ้งไว้ในป่าเหมือนเดิม แต่ว่าครั้งนี้ทั้งสองสามีภรรยาไม่ได้เตรียมอ้อยไว้ให้ลูกๆ แต่เตรียมข้าวให้คนละห่อแทน ครั้งนี้ลูกๆ ทั้ง 12 คน หาทางกลับบ้านไม่ได้เพราะเมล็ดข้าวที่โปรยทิ้งไว้ระหว่างทางมีมดมีนกมากินจนหมด หาทางกลับบ้านเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จึงหลงทางวนเวียนอยู่ในป่าแห่งนั้น ตกค่ำมาจึงรู้สึกหิวเพราะหลงป่าเป็นเวลานานมากแล้ว พระอินทร์มองลงมาเห็นพี่น้องทั้ง 12 คนจึงเกิดความเวทนาสงสาร เลยใช้เวทย์มนต์วิเศษเสกต้นผลไม้ ไว้ใกล้ๆ กับที่ที่พวกนางทั้ง 12 หลงป่าอยู่ ทุกๆ วัน ทุกๆ คืน พวกนางทั้ง 12 จะพากันปีนป่ายเก็บผลไม้นั้นมากินประทังชีวิตแต่ก็ยังหลงป่าและหาทางกลับบ้านไม่ได้ จึงพากันอาศัยอยู่ตามกิ่งไม้ต้นไม้บริเวณนั้นเหมือนกับบ้านของพวกนางจนเติบโต (ต้นมณีโคตร) ทุกๆ วันที่พวกนางทั้ง 12 กินผลไม้ เส้นผมเส้นขนพวกนางทั้ง 12 ก็จะยาวขึ้นยาวขึ้นแล้วพวกนางทั้ง 12 ก็ปีนป่ายต้นไม้ได้คล่องแคล่วมาก พวกนางทั้ง 12 ก็อยู่ในป่ากันเรื่อยมา
หลังจากที่สองสามีภรรยาพาลูกๆ ทั้ง 12 ไปปล่อยทิ้งไว้ในป่าได้หลายปี ทั้งสองสามีภรรยาก็มีความมั่งคั่งอีกครั้ง จึงพากันคิดถึงลูกๆ ทั้ง 12 ของตน จึงตัดสินใจไปตามหาลูกๆ ทั้ง 12 คนในป่าอีกครั้งเพื่อจะพากลับมาอยู่กับตน พอสองสามีภรรยาไปถึงที่ที่ตนทั้งสองเคยปล่อยลูกๆ ทั้ง 12 ทิ้งไว้ จึงพากันตะโกนร้องเรียกหาลูกๆ ว่า
“ลูกๆ เอ๊ย! มาๆ มากินข้าวกัน มากินข้าวกับปลาย่าง มาไวไว”
หลังจากที่ร้องเรียกลูกๆไปได้สักครู่ สองสามีภรรยาก็ได้ยินเสียงตอบว่า
“กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก” เสียงนี้ดังอยู่นานหลายครั้ง แต่ทั้งสองสามีภรรยาก็มองไม่เห็นลูกๆ ทั้ง 12 คนของตนเลย แต่กลับมองเห็นตัวคนผมยาวขนยาวหน้าตาเหมือนลูกๆ ทั้ง 12 คน แทน ตัวคนผมยาวขนยาวก็พูดกับสองสามีภรรยาว่า
“แม่ เอ๊ย! พ่อ เอ๊ย! ข้อยไปบ่ได้ดอก ขนแข้งข้อยพอได้หอยปลา, ขนขาข้อยพอได้หอยเขียด, ขนขี้แฮ้ข้อยพอได้สายไซเสียแล้วหล่ะ!”
“พ่อจ๋า! แม่จ๋า! ลูกๆ กลับบ้านไปกับพ่อกับไม่ได้แล้ว ตอนนี้ขนหน้าแข้งของพวกเรายาวพอจะใช้ตกเบ็ดหาหอยหาปลาได้แล้ว เส้นขนที่ต้นขาก็ยาวพอที่จะตกเบ็ดหาปลาหากบได้แล้ว เส้นขนรักแร้ของพวกเราก็ยาวพอที่จะเอามักสานเป็นไซดักปลาได้แล้วพ่อจ๋าแม่จ๋า พวกเราคงกลับบ้านไปด้วยไม่ได้หรอกจ้ะ เดี๋ยวพวกเราจะทำให้พ่อกับแม่อับอายขายหน้าชาวบ้านเสียหน้าจ้ะ”
เมื่อสองสามีภรรยาได้ยินลูกๆ ทั้ง 12 คนกล่าวดังนั้นจึงตัดสินใจปล่อยให้พวกนางอยู่ในป่าเหมือนเดิม แล้วทั้งสองจึงพากันกลับบ้านไปด้วยความเศร้าโศก
